วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

ทายนิสัยจากอาการเสียใจ

ร้อ ง ไ ห้ ไ ม่ ย อ ม ห ยุ ดใครก็ตามที่เมื่อมีเรื่องเสียใจมากๆ ก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดแม้ว่าจะไม่สะอื้นฮักๆออกมา แต่ก็มีน้ำตาคลอจนดวงตาแดงก่ำไปหมด แสดงว่าเป็นคนที่จริงจังในชีวิต เมื่อเชื่อถืออะไรสักอย่าง ก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นไปตลอดกาล เป็นคนซื่อสัตย์ เกลียดการโกหกหลอกลวง และจะรับไม่ได้เลยกับการเอาเปรียบ ฉ้อโกง หรือรังแกกันและกัน แต่เมื่อผ่านวิกฤติการณ์ไปแล้ว หรือหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักไปแล้ว คนแบบนี้มักจะตัดใจหรือตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
เ ก็ บ ตั ว เ พี ยง ลำ พั ง ส่วนคนที่เวลามีเรื่องเสียใจ ก็ชอบหลีกหนีผู้คนไปอยู่เพียงลำพัง เก็บตัวเงียบๆไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร แสดงว่าเป็นคนสะเทือนใจง่าย ช่างคิด ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล มักมีโลกส่วนตัวซึ่งยากที่ใครๆจะเข้าถึง ติดนิสัยปิดกั้นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอย่างแท้จริง ก็จะเป็นผู้ที่มีความอดทนสูงอย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่มีใจรักศิลปะ
อ า ล ะ ว า ดห รื อ ปา ข้ า ว ข อ ง แต่ถ้าใครเสียใจมากๆแล้วแสดงออกด้วยการโยนข้าวของหรืออาละวาดพาลเกเรกับคนอื่น แสดงว่าเป็นคนที่มักมีวัยเกขาดความอบอุ่น โตขึ้นจะมีนิสัยเรียกร้องความสนใจ จะมีความต้องการความรัก ความห่วงใยจากคนอื่นค่อนข้างมาก ชอบตอบโต้ผู้อื่นด้วยการแสดงท่าทีก้าวร้าว แต่ในใจลึกๆแล้ว กลับไม่ใช่คนเก่งกล้าอะไรเลย ค่อนข้างจะอ่อนแอด้วยซ้ำไป ส่วนคนที่เวลาเสียใจไม่อาละวาดทำร้ายคนอื่น แต่กลับทำร้ายตัวเองแทน จริงๆแล้วแสดงว่าเป็นคนขี้กลัว มักจะมีท่าทางเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น แต่ใจลึกๆกังวลและกดดัน จะเป็นคนที่ชอบการแสดงออกอย่างตรงกันข้าม เช่นกลัวก็จะทำเป็นกล้า ไม่พอใจ ก็จะทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และบางคนก็อาจจะชอบเก็บตัวอยู่ในที่ที่รู้สึกว่าปลอดภัย แต่ในที่สุดแล้ว ก็ต้องการความรักและความเห็นใจจากคนอื่นๆมากเช่นกัน
ทำ เ ป็ น ไ ม่ มี อ ะ ไ ร เ กิ ด ขึ้ นส่วนคนที่เวลาเสียใจ ก็จะยิ่งทำตัวเข้มแข็ง เฮิร์ทแค่ไหนก็ทำเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตซักหน่อย นั่นแสดงว่าเป็นคนที่มีความหยิ่งอยู่ในตัว เป็นคนคิดมากเรื่องศักดิ์ศรี ไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตาใครในเรื่องเสียหาย และจะมีความเชื่อมั่นมากว่าตัวเองสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆในชีวิตของตัวเองได้ เมื่อมีปัญหาจะพยายามแก้ไขด้วยตัวเองก่อนที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
อ อ ก เ ที่ ย ว ห รื อ พ บ ป ะ เ พื่ อ น ฝู ง ม า ก ๆสำหรับคนที่เสียใจแล้วไม่ชอบอยู่คนเดียว ต้องออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หรือเริ่มติดต่อไปหาเพื่อนฝูงแบบว่าที่ยังไๆก็ขอให้มีคนอื่นอยู่ด้วย แสดงว่าเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายอย่างไรบ้างในชีวิต ต้องการอะไรกันแน่ เวลาทำอะไรก็จะผลักดันให้ตัวเองไปสู่เป้าหมายจนกว่าจะสำเร็จ เป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าลึกๆแล้วจะเจ็บปวดหรืออ่อนไหวแค่ไหน ก็จะอดทนไม่ยอมแพ้จัดว่าเป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูงมากทีเดียว
ทำ ง า น อ ย่ า ง ห นั ก ส่วนคนที่พอมีเรื่องเสียใจก็มุมานะทำงาน แสดงว่าเป็นคนที่ชอบการลิขิตชีวิตตัวเอง ไม่เชื่อเรื่องของพรหมลิขิตหรอืโชคชะตา จะภูมิใจมากในสิ่งที่ตัวเองหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงคนแบบนี้เมื่อรักใครก็จะทุ่มเทจนหมดกายหมดใจแต่ถ้าหมดรักใครก็จะตัดใจได้อย่างเด็ดขาดเช่นกัน และถ้าหากมีความสุขมากๆ ก็จะชอบแบ่งปันให้คนอื่น เพราะเป็นคนที่รักและจริงใจเพื่อนพ้องและครอบครัว ตราบใดที่คนอื่นๆไม่เข้ามาจุ้นจ้านยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
ห า ท า ง แ ก้ แ ค้ น (กรณีคนอื่นทำให้เสียใจ) และถ้าใครมี่เวลาเกิดเรื่องทำให้เสียใจ ก็จะคิดไปถึงเรื่องการแก้แค้น โต้ตอบเอาคืน ทำอะไรไม่ได้ ขอสาปแช่งก็ยังดี (กรณีเสียใจเพราะผู้อื่น)เรียกง่ายๆว่าถือคติ"กรรมต้องสนองด้วยการของเวรเท่านั้น) แสดงว่ามักเป็นคนลุ่มหลงอะไรง่าย จนบางครั้งหลงผิดอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่รู้ตัว จะเป็นคนซีเรียสในเรื่องสมบัติทรัพย์สิน เป็นคนไม่ยอมคน หรือบางทียอมหักไม่ยอมงอด้วยซ้ำไป แต่ถ้ารักใครก็รักจริงเอามากๆ

กินแบบไหน.....ได้แบบนั้น

การไม่มีโรค เป็น ลาภอันประเสริฐ’ ดูจะเป็นคำกล่าวที่ตอกย้ำให้หันมาใส่ใจสุขภาพตนเอง ยิ่งได้ทำตาม ‘โภชนบัญญัติ 9 ข้อ’ ดูแลอาหารการกินที่เป็นเรื่องใกล้ตัว รับรองคุณจะมีสุขภาพกายที่แข็งแรง ส่งผลให้สุขภาพจิตสดใส และดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข
เริ่มกันที่กินอาหารครบ 5 หมู่ – หลากหลาย – ควบคุมน้ำหนัก หลายคนรู้ แต่อาจจะลืมเลือน อาหารทั้ง 5 หมู่มีเนื้อ นม ไข่ เป็นโปรตีนให้ร่างกายเจริญเติบโต และซ่อมแซมการสึกหรอ ข้าว แป้ง น้ำตาล ให้คาร์โบไฮเดรต เติมพลังงานแก่ร่างกาย พืชผัก เพิ่มวิตามิน เกลือแร่ ให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติ ต้านทานโรค กากใยจากพืช ช่วยในการขับถ่าย ผลไม้ จะให้วิตามินและเกลือแร่ เช่นเดียวกับพืชผัก และไขมัน น้ำมัน ทั้งจากพืช และสัตว์ ให้พลังงานที่จะสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยสร้างความอบอุ่น
นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ ก็ยังต้องหลากหลายไม่จำเจ ในปริมาณที่เหมาะสม หมั่นชั่งน้ำหนักอย่าให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป
ตามด้วยเรื่องของอาหารหลักคนไทย ยังไงก็ต้อง ‘ข้าว’ เพราะ ข้าว อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ หากรับประทานมากเกินไป คาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนสภาพเป็นไขมัน เกาะตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ ‘อ้วน’
ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ไนอาซิน วิตามินบี 1 และใยอาหารสูงกว่าข้าวขาวถึง 3 เท่า ดังนั้น จะทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ส่วน รำข้าว เป็นธัญพืชที่มีใยอาหาร ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ แต่ควรเลือกรำข้าวแบบสำเร็จรูป เพราะปริมาณเส้นใยจะเหมาะสมกับการบริโภค
อย่าละเลยผัก ผลไม้ เพราะผลไม้ส่วนใหญ่ให้น้ำตาลน้อยกว่าอาหารจำพวกแป้ง ให้พลังงานต่ำ ไม่ทำให้อ้วน ป้องกันความเสื่อมของร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย เพราะมีใยอาหาร นำคอเลสเตอรอล สารพิษที่ก่อมะเร็งออกจากร่างกาย ควรเลี่ยง ผลไม้รสหวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน ละมุด เพราะมีปริมาณน้ำตาลสูง
ส่วนผัก มักจะประกอบด้วยสารแคโรทีนอยด์ และยังมีสารชนิดอื่นๆ ที่ต่างกันไปตามสีของผัก ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และต้อกระจก ใน 1 วัน ควรรับประทานผักให้ได้ 4-5 ทัพพี แบบดิบจะดีกว่าสุก
เน้นปลา อย่าลืมไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง งดเนื้อสัตว์ติดมัน ปลา เป็นเนื้อที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ มีทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม(มีมากในปลาตัวเล็ก) และไอโอดีน ปลาบางชนิดยังมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ เช่น โอเมกา-3 โอเมกา-6 การรับประทานปลา ดีต่อกระดูก ฟัน และความจำ
ไข่ นอกจากให้โปรตีน ยังมีวิตามัน บี 12 สำหรับเด็กควรรับประทานวันละ 1 ฟอง ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงรับประทานได้ 2-3 ฟองต่อสัปดาห์ ส่วนผู้ใหญ่ที่ต้องควบคุมคอเลสเตอรอล ไม่ควรรับประทานเกิน 1-2 ฟองต่อสัปดาห์
ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น เต้าหู้ เต้าเจี้ยว นมถั่วเหลือง มีสารอาหารเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์
ทุกเพศทุกวัยต้องดื่มนมให้เหมาะ นม อุดมไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน น้ำตาลแล็กโทส วิตามิน บี1 บี2 บี6 บี12 และสังกะสี ทำให้ฟันและกระดูกแข็งแรง ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี เนื้อเยื่อทำงานเป็นปกติ
ในแต่ละวันทุกคนควรดื่มนม 1-2 แก้ว พร้อมกับการออกกำลังกาย ผู้ใหญ่ควรดื่ม 600 มล. (3 แก้ว) แม่ที่ให้นมลูก ต้องการมากถึง 1,200 มล. (1 ลิตร) และเด็กวัยรุ่นให้ดื่ม 600-1,200 มล. (3 แก้ว-1 ลิตร)

นมเปรี้ยว ควรเลือกที่เนื้อนมสูง เพราะให้สารอาหารพอๆ กับนมสด สำหรับโยเกิร์ต มีจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก เมื่อรับประทานโยเกิร์ตเข้าไป จะช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ช่วยในการขับถ่าย ไม่ทำให้ท้องผูก และป้องกันมะเร็ง
เลือกไขมันที่ให้ประโยชน์ เพราะให้พลังงาน ให้ความอบอุ่น ช่วยให้ร่างกายดูดซับวิตามิน ไขมันนั้นมี 2 แบบ คือ กรดไขมันอิ่มตัว ที่มีในเนย น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ซึ่งมีคอเลสเตอรอลสูง เป็นอันตรายต่อรายกาย ทำให้เกิดโรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือด และอีกแบบคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น ไขมันจากปลา น้ำมันพืชบางชนิด กรดไขมันบางชนิดช่วยยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้ เช่น โอเมกา-3 ที่มีในปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน
พยายามเลี่ยงอาหารรสชาติเค็ม หวานแบบจัดจ้าน ไม่ควรรับประทานน้ำตาลเกิน 4 ช้อนโต๊ะ และเกลือเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน เพราะจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิต หัวใจ ไต ยังมีผลทางการแพทย์ ยืนยันว่า การรับปริมาณน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เด็กสมาธิสั้น และมีพฤติกรรมก้าวร้าว
เลือกรับประทานของสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน เบื้องต้นอาจดูได้จากสุขลักษณะของร้านค้า เพราะความไม่สะอาดและการปนเปื้อน ไม่ใช่แค่เพียงเชื้อโรค แต่ยังมี พยาธิ สารพิษ จึงควรยึดหลัก สด สะอาด มีประโยชน์ ปลอดภัย ราคาไม่แพง
และสุดท้าย งด หรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุของโรคร้ายที่จะเข้ามาคุกคามสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง ตับแข็ง มะเร็งปาก หลอดอาหาร ลำไส้ เต้านม อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ยังทำให้ร่างกายขาดสติ ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ตัวอย่างรายการอาหารเพื่อสุขภาพ มีดังนี้...
วันจันทร์ ข้าวสวยกล้อง, ยำปลาทู, จับฉ่ายผักโสภณ, ผัดผักตำลึงไฟแดง, ผลไม้
วันอังคาร ข้าวสวยกล้อง, ปลานึ่งตะไคร้, น้ำพริกมะเขือส้ม, แกงจืด, วุ้นเส้นทรงเครื่อง, ผลไม้
วันพุธ ข้าวสวยกล้อง, สตู, ผัดพริกถั่วฝักยาว, ยำ 3 กรอบ, ผลไม้
วันพฤหัสบดี ข้าวสวยกล้อง, เต้าหู้ผัดผงกะหรี่, โป๊ะแตกเห็ดรวม, ไข่เจียวถั่วรวมมิตร, ผลไม้
วันศุกร์ ก๋วยเตี๋ยวกล้อง, ปลาตุ๋น, ปอเปี๊ยผักสด

หากปฏิบัติตามโภชบัญญัติ 9 ข้อ มีวินัยในการรับประทานอาหาร สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรง ทนทานต่อสภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว.

ซาซิมิกับน้ำจิ้มสามรส


สิ่งที่ต้องเตรียม
ปลาหมึกทาโกะลวกสุก, ปลาโอ
ปลาแซลมอนและปูอัด
แครอทขูดฝอยและหัวไช้เท้าขูดฝอย
ส่วนผสมน้ำจิ้ม

สิ่งที่ต้องเตรียม
(สำหรับการทำน้ำจิ้ม)
น้ำมะขามเปียก 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมและพริกขี้หนูสับละเอียด อย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีสำหรับแต่ง

วิธีทำ
- ผสมน้ำปลากับน้ำตาลปี๊บและน้ำมะขามเปียกในภาชนะ ตั้งไฟต้มจนส่วนผสมเดือด จึงยกลง พักไว้จนเย็นสนิท ใส่ตะไคร้ กระเทียมและพริกขี้หนูคนผสมจนเข้ากันดี แต่งให้สวยด้วยผักชี

ปลาซาบะ 3 รส


สิ่งที่ต้องเตรียม
ปลาซาบะ น้ำหนัก 200 กรัม หั่นเป็นชิ้น 1 ตัว
ซีอิ๊วญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุง 3 รส 1 ซอง
น้ำ 1 ถ้วยตวง
ผักสดลวกสุก เช่น แครอต, แตงกวา, หัวไช้เท้า,
เมล็ดถั่วลันเตา, เห็ดหูหนูขาวและเห็ดเข็มทอง
ผักชีฝรั่ง สำหรับแต่ง

วิธีทำ
- ทาซีอิ๊วญี่ปุ่นลงบนชิ้นปลาซาบะจนทั่ว แล้วนำไปย่างจนสุก จัดลงกระทะร้อน เตรียมไว้
- ผสมผงปรุง 3 รสกับน้ำ 1 ถ้วยตวง นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด เทส่วนผสมน้ำสามรสที่ได้ลงบนชิ้นปลาซาบะที่เตรียมไว้ แต่งให้สวยด้วยผักสดลวกสุกและผักชีฝรั่ง

หอยนางรมผัดซูโนซอส


สิ่งที่ต้องเตรียม
หอยนางรม 18 ตัว
แครอทหั่นเต๋าลวกสุก 50 กรัม
มันฝรั่งหั่นเต๋าลวกสุก 50 กรัม
เมล็ดถั่วลันเตาลวกสุก 50 กรัม
เบคอนหั่นชิ้นเล็ก 20 กรัม
ชูโนซอส 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด
วิธีทำ
-ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่เบคอนลงเจียวจนหอม ใส่หอยนางรมลงผัดพอสุก ตามด้วยแครอท มันฝรั่งและเมล็ดถั่วลันเตา ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยชูโนซอส เคล้าผสมจนเข้ากันดี ตักส่วนผสมที่ได้หยอดลงในเปลือกหอยนางรมที่ล้างสะอาดแล้ว จัดใส่จานสำหรับเสิร์ฟรับประทานขณะร้อน ๆ

เทมปุระต้มยำ





สิ่งที่ต้องเตรียม
เครื่องต้มยำสำเร็จรูป 100 กรัม 1 ซอง
แป้งทอดกรอบ 100 กรัม 1 ซอง
น้ำเย็นสำหรับละลายแป้งทอดกรอบ 500 กรัม
กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง
ผักต่าง ๆ ตามชอบ
หัวผักกาดขูดฝอยและซีอิ๊วญี่ปุ่น
น้ำมันพืชสำหรับทอด


วิธีทำ
- ละลายแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นตามสัดส่วนที่ระบุด้านหลังซอง เตรียมไว้
- เคล้ากุ้งสดและผักต่าง ๆ กับเครื่องต้มยำ
- ชุบลงในแป้ง นำลงทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
– รับประทานเทมปุระต้มยำคู่กับซีอิ๊วญี่ปุ่นและหัวผักกาดขูดฝอย

อุทยานแห่งชาติภาคกลาง ภาคตะวันออก

อุทยานแห่งชาติเอราวัณโทร.034-516-530
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวงโทร.038-894-374
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎโทร.039-452-074
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพริ้ว
อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่นอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉายโทร.036-224-069
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโทร.032-459-293
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์โทร.034-516-667
อุทยานแห่งชาติปางสีดาโทร. 037-246-100
อุทยานแห่งชาติพุเตยโทร.035-524-558
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
อุทยานแห่งชาติลำคลองงู
อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
อุทยานแห่งชาติไทรโยค